Tuesday, 28 July 2009

Port Remote Desktop Protocol สามารถเปลี่ยนเป็นพอร์ตอื่นได้

Port Remote Desktop Protocol สามารถเปลี่ยนเป็นพอร์ตอื่นได้ครับ ใช้การแก้ Registry ครับ
ที่ HKEY_LOCAL_MACHINE/SYSTEM/CurrentControlSet/Control/Terminal Server/WinStations/RDP-Tcp/PortNumber
ค่า Default จะเป็น 3389 ถ้าคุณอยากให้รัน Listening Port ด้วย Port อะไรก็แก้ตรงนี้ครับ เสร็จแล้วก็
Restart Service ชื่อ Remote Desktop Services ครับ
แค่นี้ใช้ได้แล้วครับ
เครดิต : alabian จากเว็บบอร์ด thaiadmin.org

รู้จักกับ Private IP Address กันก่อน

Credit Compspot
อย่างที่ทราบกันดีน่ะครับว่า Network Segment ของ องค์กรที่ต้องติดต่อกับ internet ภายนอก จะต้องใช้ Public IP Address ที่ได้ รับการจัดสรร จาก ISP (Internet Service Provider) หรือจากหน่วยงานที่ท่ารับผิดชอบ

สำหรับ Network ภายในทไมไ่ด้เชื่อมต่อกับ internet โดยตรง เราสามารถใช้ Address ที่ขึ้นต้นด้วย IP Address เหล่านี้ Address ดังกล่าวจะถูกสงวน (reserved) ไว้สำหรับใช้ใน Network ภายในเท่านั้น

ช่วงของ IP Address
Class
ของ
Network
จำนวนของ
Network ที่เป็นไปได้
10.0.0.0 - 10.255.255.255
A 1 Class A
172.16.0.0 - 172.31.255.255 B 16 Class B
192.168.0.0 - 192.168.255.255
C 256 Class C

Private Address ดังกล่าวได้รับการกำหนดไว้ใน มาตรฐาน RFC 1918

เอา ล่ะครับ หลังจากที่เราทำความรู้จัก ในเรื่องของ IP Address อย่างดีแล้ว คราวนี้ล่ะได้เริ่ม เกี่ยวกับ Subnet ซะที กว่าจะมาถึงจุดนี้ก็ต้องเหนื่อยกันหน่อยน่ะ อย่าท้อน่ะครับ นี่เพิ่งจะเริ่มเอง

IP Address คืออะไร

Credit Compspot

ก่อนที่จะไปทำความรู้จักกับ Subnetmask เราจะต้องมาทำความเข้าใจ กับ เรื่องของ IP Address เสียก่อน เพราะไม่งั้นท่านทั้งหลายจะงง และหลงทางมาก ถ้าไม่ทำความเข้าใจกับ เรื่องของ IP Address ให้ดีเสียก่อนIP Address คืออะไร
IP Address คือหมายเลขประจำเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งประกอบด้วยตัวเลข 4 ชุด มีเครื่องหมายจุดขั้นระหว่างชุด เช่น 192.168.100.1 หรือ 172.16.10.1 เป็นต้น

มาตรฐานของ IP Address ปัจจุบันเป็นมาตรฐาน version 4 หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า IPv4 วึ่งกำหนดให้ ip address มีทั้งหมด32 bit หรือ 4 byte แต่ล่ะ byte จะถูกคั่นด้วยจุด (.) ภายในหมายเลขที่เราเห็นยังถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนดังนี้1. Network Address หรือ Subnet Address2. Host Address บนเครื่อง computer ที่ใช้ TCP/IP Protocol จะมีหมายเลข IP Address กำกับอยู่ address นี้ เป็นอยู่ใน Layer 3 ของ OSI model ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา (Logical address) และบนเครื่อง computerไม่ว่าจะใช้ Protocol ใด ๆ ก็ตามจะต้องมีหมายเลข ที่เรียกว่า MAC Address ประจำอยุ่ที่ Network card เสมอ MAC Address นี้เป็น Hardware Address ที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ เว้นแต่จะเปลี่ยน Network card


Class ของแต่่ะ IP Address
Class IP Address
Network Address
Host Address
A w.x.y.z w x.y.z
B w.x.y.z w.x y.z
C w.x.y.z w.x.y z

คำถาม: ทำไมต้องแบ่งเป็น Classต่าง ๆ เพื่ออะไรเพื่อความเป็นระเบียบไงครับ ทางองค์กรกลางที่ดูแลเรื่องของ IP Address จึงได้มีการจัด Class หรือ หมวดหมู่ของ IP Addressไว้ทั้งหมด 5 Class โดย Class ของ Address จะเป็นตัวกำหนดว่า Bit ใดบ้างใน หมายเลข IP Addressที่ต้องถูกใช้เพื่อเป็น Network Address และ Bit ใดบ้าง ที่ต้องถูกใช้เป็น Host Address นอกจากนั้น Class ยังเป็นตัวกำหนดด้วยว่า จำนวนของ Network Segment ที่มีได้ใน Class นั้น ๆ มีเท่าไร และจำนวนของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สามารถมีได้ ภายในNetwork Segment นั้น ๆ มีเท่าไร Class D Class นี้จะไม่ถูกนำมาใช้กำหนดให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไป แต่จะถูกใช้สำหรับการส่งข้อมูลแบบ Multicastของบาง Application


Multicast คือ เป็นการส่งจากเครื่องต้นทางหนึ่งไปยัง กลุ่ม ของเครื่องปลายทางอีกกลุ่มหนึ่ง แต่ไม่ใช่ ทุกเครืองใน Network Segment นั่น ๆ

Class EClass นี้เป็น Address ที่ถูกสงวนไว้ก่อน ยังไม่ถูกใช้งานจริง ๆ

วิธีสังเกต ว่า IP Address นี้อยู่ Class อะไร

• ถ้า Byte แรก ซ้ายสุดเป็น ตัวเลข 1-126 แสดงว่าเป็นหมายเลข IP Address ที่อยุ่ใน Class A
(IP address 127 นั่น จะเป็น Loopback Address ของ Class นี้น่ะครับหรือ ของคอมท่านเอง )

• ถ้า Byte แรก ซ้ายสุดเป็น ตัวเลข 128-191 แสดงว่าเป็นหมายเลข IP Address ที่อยุ่ใน Class B

• ถ้า Byte แรก ซ้ายสุดเป็น ตัวเลข 192-223 แสดงว่าเป็นหมายเลข IP Address ที่อยุ่ใน Class C

• ส่วน 224 ขึ้นไปจะเป็น Multicast Address ที่กล่าวไว้ข้างต้น

ส่วน IPv6. สามารถตามมาดูข้อมูลได้ที่นี้น่ะครับ


Download : IPv6 Pdf file ได้ตรงนี้ครับ
(Version ภาษาไทยด้วยน่ะครับ)

Reference :http://www.ipv6.nectec.or.th/articles.php
http://www.ipv6forum.com/